Less is more. The Minimalism

minimal_halfbottle-03
เมื่อสองวันก่อนเปิดไปเจอใน Flickr blog เห็น เอา Group ที่ชื่อว่า Minimal Black and White  มาโชว์   เลยนึกได้ว่ามีหนังสือเกี่ยวกับ Minimalism ที่ เคยซื้อไว้สมัยเรียนมหาลัยแล้วอ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ตัวหนังสือไม่เยอะ แต่ ศัพท์แสง สุดโต่ง อ่านแล้วชวนมึนหัว ตามสไตล์หนังสือ ปรัชญาทางสถาปัตยกรรม

เมื่อวาน เลยหยิบมาอ่านใหม่ เผื่อจะฉลาดขึ้นจากตอนเรียนมหาลัย (55) อ่านจบ รู้สึกฟิตเต็มที่ (และ มึนงง กับศัพท์แสงในหนังสือเอามากๆ ) วันนี้เลยมาเขียนบทความแบ่งปันกัน
.

Minimalism พอจะอธิบายเป็นภาษาไทยได้ว่า ลัทธิน้อยสุดขีด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากความคิดทางปรัญา ในการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย  (Simplicity) ด้วยการลดสิ่งที่ “ไม่จำเป็น” ลง ซึ่งก็เป็น ความพยายามในการเข้าถึงความเที่ยงแท้ ของสิ่งต่างๆ  รวมถึง ชีวิตของมนุษย์เอง เช่นแนวความคิดในทางศาสนาพุทธ ที่ว่า สิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต มีเพียงปัจจัย 4 โดย ลดละเลิกกิเลศเป็นตัวอย่างหนึ่งง่ายๆ
ในการวิเคราะห์ “ความเรียบง่าย” ซึ่งปรัชญาเกี่ยวกับความเรียบง่ายนี้ ปรากฎขึ้นในหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งทางยุโรป และ เอเชีย
แต่ก็หมายความว่า รูปแบบของความเรียบง่ายนั้น “แตกต่างกันไป ตามวัฒนธรรม” ด้วยเช่นกัน
zengarden

ภาพตัวอย่าง สวนแบบ เซน ที่มีปรัชญาความคิดบนความเรียบง่าย (Photo  by  hakluyt)
.

ความแตกต่าง ของ Minimalism กับ กับ ลัทธิอื่นๆ ที่ใช้ความคิดเรื่องความเรียบง่ายเหมือนกัน เช่นพวก Modernlism หรือ Naturalism คือ ความพยายามในการทำให้ ความเรียบง่ายนั้น “น้อยลงไปจนถึงขีดสุด” จนไม่สามารถน้อยลงไปกว่านั้นได้อีก  โดยอยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า จะทำให้เกิด “ความงามที่แท้จริง” และ “ความบริสุทธิ์” ไม่มีสิ่งปลอมปน
.

ในด้านงานศิลปะ การลดทอนลงถึงขีดสุด จึงนำไปสู่การใช้องค์ประกอบพื้นฐานในภาพ เช่น จุด เส้น ระนาบ โดยมอง องค์ประกอบทางเรขาคณิต คือ สี่เหลี่ยม วงกลม สามเหลี่ยม วงรี ว่าเป็น องค์ประกอบที่ “ไม่สามารถลดทอนได้อีกแล้ว”
.

อย่างไรก็ดีการลดทอนดังกล่าว ก็มีขอบเขตอยู่ที่จุดหนึ่งที่เรียกว่า “คุณค่าขอความเรียบง่าย”
ซึ่งโดยทั่วไปในด้านศิลปะมักจะหมายถึง “สุนทรีย์” หรือ “ความงาม” ในงานดีไซน์ บางส่วนก็จะหมายถึง “ประโยชน์ใช้สอย” ด้วยเช่นกัน
.

ไม่เช่นนั้นการลดทอนคง คงลงไปจน”ไม่เหลืออะไรเลย” รวมถึง การไม่มีคุณค่าด้วย
( ซึ่งถ้ามันไม่มีคุณค่าเลย แล้วจะทำไปทำไมจริงม่ะ ?)
ขอบเขตตรงนี้เองที่เป็นจุดที่ พูดง่าย แต่ “ทำยาก” ว่าน้อยแค่ไหนถึงจะ ไม่น้อยเกินไป และ ยังมีคุณค่าอยู่  ยังไม่สูญเสีย ความงามในเชิงศิลปะไป
.

ตัวอย่างภาพ การลดทอน จนเหลือองค์ประกอบน้อยสุด ก็มีจุดที่น้อยที่สุด
ที่ ภาพ 5 เรายังเห็นคุณค่าเป็น”รถเต่า” อยู่
ที่ ภาพ7 เรายังเห็นเป็น “รถยนต์”

หลังจากนั้น เราอาจจะเริ่มเห็นมันเป็น รถเข็นก็ได้ ……reduction

ในรายละเอียดนั้น Minimalism ก็มี ความขัดแย้งในตัวสูงครับ จากความแตกต่างทางความเชื่อ ยุคสมัย และวัฒนธรรม ที่หลากหลาย  หากเราไปหาอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะพบความเห็น ที่แตกต่างกันทางปรัชญา ที่มาพร้อมคำศัพท์แบบที่ แปลอังกฤษเป็นไทย  แล้วยังต้องแปลไทย เป็น ไทย พร้อมคำอธิบายที่อ่านแล้วต้องอ่านซ้ำอีกหนึ่งตลบ ( ฟังแล้วยากดีไหม 55 )
งานบางชิ้นที่ ศิลปินหรือผู้ออกแบบ เคลมว่า “นี่เป็น Minimalist ” เราอาจจะเห็นแล้วมึนว่า มัน “น้อยตรงไหน”  ขณะที่บางชิ้น เราอาจจะ อุทานในทางตรงข้ามว่า “มันจะน้อยไปไหน”
.

ในด้านการถ่ายภาพ (ฟู่ เข้าเรื่องสักที) Minimalist นั้นมักจะหมายถึงภาพที่ โดน Framing คัดเลือกองค์ประกอบ มาอย่างดี มีรายละเอียดน้อย
แสดงรูปทรงชัดเจน แสดงคุณลักษณะ เรขาคณิต ไม่มี Varity  และ มักจะแสดงคุณลักษณะ 2มิติ   นอกจากนี้ มักจะเป็นภาพขาวดำ ! เพื่อให้เกิดความเรียบง่ายน้อยสุด
.

วิธีง่ายๆในการ วิเคราะห์ภาพ แบบ Minimalist คือ ลองถามตัวเองว่า “จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันเอา …… ออกไปจากภาพ”
ภาพ Minimalist ที่ดีมักจะเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาองค์ประกอบบใดๆออกไปจากภาพเพราะจะทำให้ ภาพนั้น”ขาดสุนทรีย์” หรือ “ไม่สวย” ทันที

( สังเกต ผมใช้คำว่า “มักจะ มักจะ และ มักจะ” แปลได้ว่า ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นตามที่ผมบอกเสมอไปนะฮ่ะ  ศิลปะตัดสินถูกผิดลำบาก ผมแค่บอกพอเป็นแนวทาง )
.

เทคนิคหนึ่งในการถ่ายภาพทิวทัศน์ โดยเฉพาะภาพผิวน้ำ เช่นทะเลสาป หรือทะเล คือการใส่ Filter ND หลายๆแผ่น เพื่อให้ Speed shutter ต่ำมาก
จนส่วนที่เคลื่อนไหวในภาพ เช่น ผิวน้ำ และ ก้อนเมฆ กลายเป็น ส่วนฟุ้งๆ เบลอๆ

05
Photo by Zantong67
.

นอกเหนือจากนั้น ก็เป็นเรื่องของการ จัดองค์ประกอบ และ การ Post Process เช่นอาจจะ Burn ภาพบางส่วนให้มืดลงเพื่อลดทอนรายละเอียด
หรือ ปรับส่วน Hightlight ให้ขาวไปจนหมด เป็นต้น
.

อยากจะหัดถ่ายภาพ Minimalist ต้องอาศัยความพยายามมากๆ ในการที่จะใช้เซนส์ จับองค์ประกอบภาพ ที่เรียบมากๆ แต่ยังเกิดความงามได้อยู่
.

สุดท้ายนี้ ขอให้โรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์กายใจ ของทุกท่าน  เป็น Minimum
แต่เงินในประเป๋า และเวลาว่าง เป็น Maximum
จะได้มีเวลาไป สนุกกับการถ่ายภาพ Minimalist
สวัสดี
.

ปล.1 อย่าลืมแวะชม Minimal black and white ภาพดีดีเยอะมาก

ปล. 1.5  ประโยค Less is more เป็นประโยคยอดฮิตสุดเด็ดที่ บัญญัติโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งครับ หลังๆ พอพ้นยุคโมเิดิร์น เข้าสู่ Post  Modern ก็โดนเอามา “สอย” ว่า
Less is bore ….

ปล.2  แถมรูปที่ผมถ่ายเล่นที่บ้านอีก นิดหน่อย
minimal_halfbottle-02

minimal_halfbottle-03

minimal_halfbottle-05

minimal_halfbottle-01

This entry was posted in Photography and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

4 Responses to Less is more. The Minimalism

  1. yak says:

    กระจ่าง..

  2. แมลงมิ้น says:

    อ่อ งี้นี่เอง ^^

  3. amjames says:

    เง้ออออ ลึกซึ้งเกินอ่ะ แต่พอเข้าใจขอบคุณครับ

  4. kozaco says:

    i m waap ! get something from u

    Thanks
    Kozaco

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>